วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Review Money DIY จัดระเบียบการเงินให้อยู่หมัด
ชื่อ Money DIY จัดระเบียบการเงินให้อยู่หมัด
เขียน กาญจนา หงษ์ทอง
สนพ.กรุงเทพธุรกิจบิชบุ๊ค
จำนวน 182 หน้า
ราคา 169 บาท
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือการเงินเล่มแรกที่อ่าน ตอนนั้นใกล้เรียนจบแล้ว จึงอยากศึกษาเกี่ยวกับการจัดการการเงินของตัวเอง ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเรื่องการวางแผนทางการเงินนั้นเป็นทักษะที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่โรงเรียนไม่เคยสอนเรื่องเหล่านี้เลย เราจึงได้ผลผลิตที่มีความรู้มากมาย เก่งในอาชีพการงานแต่กลับมีหนี้สินล้นพ้นตัว แม้แต่ในหมู่ผู้ให้การศึกษาเองก็ตาม
หนังสือเล่มนี้เขียนไว้ให้อ่านเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง แบ่งเป็นหัวข้อย่อย ๆ 41 หัวข้อ พลอยเชื่อว่าถ้าหากปฏิบัติตามได้เพียงเล็กน้อยชีวิตต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน
ในบทแรกเอ่ยถึงการออมและการปลูกฝังนิสัยการอดออม เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้น การจัดงานเงินที่เรากันเอาไว้ แบ่งเป็น 4 กอง การลงทุนรูปแบบต่าง ๆ การจัดการหนี้ และการทำประกัน แม้จะไม่ได้ละเอียดนักในแต่ละเรื่อง แต่ก็ถือว่าให้ไอเดียในการจัดการเอาไว้ครบถ้วนแล้ว ถ้าเราสนใจในเรื่องในก็ไปหาศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดของเรื่องนั้น ๆ อีกทีหนึ่ง
หนังสือเล่มนี้จึงถือว่าดีมาก ๆ สำหรับผู้เริ่มต้น และมีความสนใจจะบริหารเงินของตัวเอง
Food 7 days to die (TH) อาหารริมทาง
ในบทความที่แล้ว เราได้รู้จักอาหารที่ให้พลังงานแต่มีความเสี่ยงจากอาการอาหารเป็นพิษไปแล้ว ในอาทิตย์นี้เราจะมารู้จักอาหารดิบ ๆ ที่หาได้ตามทางทั่วไป แต่ปลอดภัย
บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่หาได้ทั่ว ๆ ไป เก็บได้จากพุ่งบลูเบอร์รี่ ใน 1 ช่องเก็บได้ 64 ชิ้น ใช้ในการทำอาหารและทำเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกเอง ให้ความอิ่ม 3 พลังชีวิต 1 ความสดชื่น 1 ถือว่าน้อยมาก ๆเลย
สามารถทำเป็นเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกได้ ช่วงแรกที่หาอะไรกินไม่ได้ กินบลูเบอร์รี่ไปก่อนได้ค่ะ ไม่มีอันตรายอะไร แต่ถ้ามีอย่างอื่นแล้วก็เก็บไว้ทำอาหารดีกว่า
เกิดจากนำขวดแก้วเปล่าไปเติมน้ำในที่ต่าง ๆ มันไม่สะอาด แม้จะได้ความสดชื่น แต่มันจะลดสุขภาพ สามารถหาได้ทั่ว ๆ ไป(นอกจากเอาขวดเปล่าไปเติม) ถ้าหากต้มมันมันก็จะสะอาด สามารถใช้น้ำแข็งสร้างน้ำขุ่นบรรจุขวดได้ เมื่อดื่มแล้วขวดแก้วเปล่าจะอยู่ในกระเป๋าเพื่อใช้ในครั้งต่อไป เมื่อมีขวดเปล่าพอสมควรคลิกขวาที่แหล่งน้ำ จะสามารถเติมน้ำได้ทุกขวด สามารถเติมได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบ แม่น้ำ ลำธาร หรือแม้แต่ห้องสุขา 1 ช่องสามารถเก็บได้ 15 ขวด
ไม่ควรดื่ม เพราะมีโอกาส 50%จะเป็นติดเชื้อโรคบิด ควรทำให้สุกก่อนจะดีที่สุด
มันสำปะหลังทานได้ ความอิ่ม 3 ความสดชื่น 5 ความอดทน 10 ใน 1 ช่องเก็บได้ 64 ขิ้น สามารถนำไปทำน้ำมันสำปะหลังได้
เห็ดสามารถพบได้ในถ้ำ หรือผนังถ้ำ 1 ช่องเก็บได้ 64 อัน ความอิ่มได้ 3 ความชุ่มชื่นได้ 1 เพิ่มเข้ามาใน Alpha 11
ที่มา : 7 days to die wiki/food
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง วิธีทำเมล็ดพันธุ์
1. Blueberries - บลูเบอร์รี่
บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่หาได้ทั่ว ๆ ไป เก็บได้จากพุ่งบลูเบอร์รี่ ใน 1 ช่องเก็บได้ 64 ชิ้น ใช้ในการทำอาหารและทำเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกเอง ให้ความอิ่ม 3 พลังชีวิต 1 ความสดชื่น 1 ถือว่าน้อยมาก ๆเลย
สามารถทำเป็นเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกได้ ช่วงแรกที่หาอะไรกินไม่ได้ กินบลูเบอร์รี่ไปก่อนได้ค่ะ ไม่มีอันตรายอะไร แต่ถ้ามีอย่างอื่นแล้วก็เก็บไว้ทำอาหารดีกว่า
2. Bottled Murky Water - น้ำขุ่นบรรจุขวด
เกิดจากนำขวดแก้วเปล่าไปเติมน้ำในที่ต่าง ๆ มันไม่สะอาด แม้จะได้ความสดชื่น แต่มันจะลดสุขภาพ สามารถหาได้ทั่ว ๆ ไป(นอกจากเอาขวดเปล่าไปเติม) ถ้าหากต้มมันมันก็จะสะอาด สามารถใช้น้ำแข็งสร้างน้ำขุ่นบรรจุขวดได้ เมื่อดื่มแล้วขวดแก้วเปล่าจะอยู่ในกระเป๋าเพื่อใช้ในครั้งต่อไป เมื่อมีขวดเปล่าพอสมควรคลิกขวาที่แหล่งน้ำ จะสามารถเติมน้ำได้ทุกขวด สามารถเติมได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบ แม่น้ำ ลำธาร หรือแม้แต่ห้องสุขา 1 ช่องสามารถเก็บได้ 15 ขวด
ไม่ควรดื่ม เพราะมีโอกาส 50%จะเป็นติดเชื้อโรคบิด ควรทำให้สุกก่อนจะดีที่สุด
วิธีสร้างน้ำขุ่นบรรจุขวด
ใช้หิมะ 1 ก้อน ขวดแก้วเปล่า 1 ใบ จะได้น้ำขุ่นบรรจุดขวด 1 ขวด ใช้เวลาในการสร้าง 0.01 ถ้าต้องการทำน้ำดื่มบรรจุขวดให้สะอาด จะต้องมีหม้อ,เชื้อเพลิง และแค้มป์ไฟ ซึ่งจะบอกวิธีในบทความต่อ ๆ ไป3. Coffee Beans - เมล็ดกาแฟ
พบได้ทั่วไปในอาคารบ้านเรือน และที่อื่น ๆ ทั่วพื้นที่ และพบได้มากในตู้และอ่างล้างมือในครัว 1 ช่องเก็บได้ 250 เมล็ด ไม่สามารถกินได้ แต่สามารถทำกาแฟได้ โดยจะต้องมีหม้อ,เชื้อเพลิง และแค้มป์ไฟ เมล็ดกาแฟสามารถปลูกได้ ต้นที่โตเต็มที่จะให้กาแฟ 2 เมล็ด4. Yucca Fruit - มันสำปะหลัง
หลังจากทำลายต้นกระบองเพชรจะได้มันสำปะหลัง 1-2 ผล พบมากในพื้นที่ทะเลทราย กระบองเพชรจะสร้างความเสียหายให้กับผู้เล่นและซอมบี้ วิธีเก็บให้ทำลายบล็อกด้านล่าง ซึ่งบางครั้งมันอาจจะลอยอยู่ (แทนที่มันจะถูกทำลายเสียนี่)มันสำปะหลังทานได้ ความอิ่ม 3 ความสดชื่น 5 ความอดทน 10 ใน 1 ช่องเก็บได้ 64 ขิ้น สามารถนำไปทำน้ำมันสำปะหลังได้
5. Rabbit on a Stick - เนื้อกระต่ายเสียบไม้
ใน 1 ช่องเก็บได้ 64 ชิ้น ไม่สามารถทานได้จนกว่าจะทำให้สุกซะก่อน
6. Potato - มันฝรั่ง
มันฝรั่งเก็บได้จากต้นมันฝรั่ง 1 ต้นให้มันฝรั่ง 3 ผล สามารถปลูกได้ 1 ช่องเก็บได้ 64 ผล เมื่อกินไปแล้วจะช่วยเพิ่มความอิ่ม 6 พลังชีวิต 1 สามารถทำอาหารได้หลายอย่าง
7. Jar of Honey - กระปุกน้ำผึ้ง
หาได้จากซอมบี้ผึ้งที่ตายแล้ว หรือจากรังผึ้ง ให้ความอิ่ม 10 ความสดชื่น 5 ความอดทน 40 เอาขวดเปล่าไม่เก็บจากรังผึ้งไม่ได้ รังผึ้งพบได้มากบริเวณป่าที่ถูกเผาทางทิศตะวันตก ในบ้านชั้นใต้ดิน 1 ช่องเก็บได้ 10 ขวด
8. Ear of Corn - ฝักข้าวโพด
ฝักข้าวโพดเก็บได้จากต้นข้าวโพด จะให้ความอิ่ม 2 สามารถทำเมล็ดข้าวโพด ปลูกข้าวโพดเองได้ สามารถพบฟาร์มได้ทางตะวันตกเฉียงเหนือของถนนโคโรนาโด้ และพบได้ทั่วพื้นที่ ใน 1 ช่องเก็บได้ 64 ฝัก9. Mushrooms - เห็ด
เห็ดสามารถพบได้ในถ้ำ หรือผนังถ้ำ 1 ช่องเก็บได้ 64 อัน ความอิ่มได้ 3 ความชุ่มชื่นได้ 1 เพิ่มเข้ามาใน Alpha 11
ที่มา : 7 days to die wiki/food
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง วิธีทำเมล็ดพันธุ์
วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Food 7 Days to Die (TH) อาหารยังชีพ ที่อาจทำให้สิ้นชีพ
ในเกมนอกจากจะสร้างสิ่งของได้ อีกอย่างที่สำคัญและขาดไม่ได้คืออาหาร วันนี้จะแปลเฉพาะบางส่วนก่อน เริ่มกันด้วยอย่างแรกที่หาได้ง่ายที่สุด
1. Moldy Bread - ขนมปังขึ้นรา
ใน 1 ช่องสามารถเก็บได้ 64 ชิ้น หาได้ทั่วไป ตามกองขยะ หรือถังขยะ ถึงแม้ว่ากินเข้าไปจะทำให้อิ่ม (ได้แค่ +5 เท่านั้น) แต่ก็มีผลต่อสุขภาพ (ลดเลือด 2 และสุขภาพ 30) และอาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ นอกจากนี้ขนมปังขึ้นรายังเป็นส่วนประกอบในการทำยาปฏิชีวนะด้วย ถ้าหาอย่างอื่นได้แนะนำให้ทานอย่างอื่นดีกว่า เก็บขนมปังขึ้นราไว้ใช้ทำยาปฏิชีวนะ
อาหารเป็นพิษ คืออาการที่เกิดจากการกิน ขนมปังขึ้นรา, เนื้อดิบ, ไข่ดิบ และแซนวิสเก่า มันจะลดค่าความแข็งแรงลง 10 จุด ทุก ๆ วินาที ภายในเวลา 90 วินาที และ หลอดเลือดจะลดลง 1 จุด ทุก ๆ 4 วินาที ภายในเวลา 30 วินาที
2. Old Sham Sandwich - แซนวิสเน่า
ใน 1 ช่องสามารถเก็บได้ 64 ชิ้น ให้ความอิ่มถึง 20 (ขนมปังขึ้นราให้เพียง 5 เท่านั้น) แต่มีผลเสียคือทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ หาได้ทั่วไปในทุกพื้นที่
3. Egg - ไข่
สามารถหาได้จากรังนกหรือ กล่องเก็บความเย็น ใน 1 ช่องสามารถเก็บได้ 64 ใบ ถ้ากินดิบ ๆ มันจะไปลดความแข็งแกร่ง, เลือด, ความสดชื่น และอาจเกิดอาการอาหารเป็นพิษ ไข่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม,บลูเบอร์รี่พาย และ เบคอนกับไข่ ความอิ่มได้แค่ 4 แต่ลดอย่างอื่นเยอะ ควรเก็บเอาไว้ทำอาหารมากกว่ากินดิบ
4. Raw Pork - เนื้อหมู
ได้จากหมูที่ตายแล้ว การทานเนื้อหมูดิบจะได้ความอิ่ม แต่จะมีผลต่อสุขภาพ และอาจมีอาการอาหารเป็นพิษ หนักกว่าไข่ดิบเสียอีก หมูดิบมีกลิ่นหอม ถึงจะเก็บไว้ในเป้สะพายหลังก็ยังได้กลิ่น ไกลถึง 20 ช่อง ถ้าเก็บไว้ในกล่องเครื่องมือในตัวผู้เล่นจะสามารถเรียกซอมบี้ได้ไกลถึง 60 ช่อง ทางที่ดีควรหาที่ปลอดภัยเก็บมันเอาไว้จนกว่าจะนำไปทำอาหาร ใน 1 ช่องเก็บได้ 64 ชิ้น
5. Skinned Rabbit - เนื้อกระต่าย
ได้จากกระต่ายที่ตายแล้ว การทานดิบ ๆ จะได้ความอิ่ม แต่จะมีผลต่อสุขภาพและอาจมีอาการอาหารเป็นพิษ สามารถนำไปทำอาหารได้ ใน 1 ช่องเก็บได้ 64 ชิ้น เช่นเดียวกับเนื้อหมู เก็บไว้ในเป้มีกลิ่นดึงดูดซอมบี้ 20 ช่อง ถ้าเก็บในกล่องเครื่องมือ 60 ช่อง ซึ่งใน Alpha 9 มีเพียงเนื้อหมูเท่านั้นที่ส่งกลิ่น ทำให้ผู้เล่นเลือกฆ่ากวางที่ฆ่าได้ง่ายกว่า ส่วนกระต่ายไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะวิ่งเร็ว ฆ่าได้ยาก
6. Venison - เนื้อกวาง
เนื้อกวางดิบ ๆ ที่ได้จากการล่ากวาง และเหมือนกับข้ออื่น ๆ คือ จะได้ความอิ่ม แต่จะมีผลต่อสุขภาพและอาจมีอาการอาหารเป็นพิษ สามารถนำไปทำอาหารได้ เช่นเดียวกับเนื้อหมู เก็บไว้ในเป้มีกลิ่นดึงดูดซอมบี้ 20 ช่อง ถ้าเก็บในกล่องเครื่องมือ 60 ช่อง ซึ่งใน Alpha 9 มีเพียงเนื้อหมูเท่านั้นที่ส่งกลิ่น ทำให้ผู้เล่นเลือกฆ่ากวางที่ฆ่าได้ง่ายกว่า
พบได้จากสุนัขซอมบี้ และซอมบี้อื่น ๆ ที่พึ่งฆ่าตายใหม่ ๆ เรียกว่ามันคือเนื้อซอมบี้!!! มีตั้งแต่ Alpha 10 แต่พบได้ไม่บ่อยนัก พอ Alpha 11 เป็นต้นไปก็พบได้มากขึ้น ไม่นิยมนำมากิน เพราะเสี่ยงอาหารเป็นพิษ แถมยังนำไปประกอบอาหาร หรือปรุงสุขไม่ได้ ต้องกินดิบอย่างเดียว จะได้ความอิ่มแต่ก็มีผลต่อสุขภาพ
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง ยาปฏิชีวนะ
ที่มา 7 Days to Die Wiki
1. Moldy Bread - ขนมปังขึ้นรา
ใน 1 ช่องสามารถเก็บได้ 64 ชิ้น หาได้ทั่วไป ตามกองขยะ หรือถังขยะ ถึงแม้ว่ากินเข้าไปจะทำให้อิ่ม (ได้แค่ +5 เท่านั้น) แต่ก็มีผลต่อสุขภาพ (ลดเลือด 2 และสุขภาพ 30) และอาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ นอกจากนี้ขนมปังขึ้นรายังเป็นส่วนประกอบในการทำยาปฏิชีวนะด้วย ถ้าหาอย่างอื่นได้แนะนำให้ทานอย่างอื่นดีกว่า เก็บขนมปังขึ้นราไว้ใช้ทำยาปฏิชีวนะ
อาหารเป็นพิษ คืออาการที่เกิดจากการกิน ขนมปังขึ้นรา, เนื้อดิบ, ไข่ดิบ และแซนวิสเก่า มันจะลดค่าความแข็งแรงลง 10 จุด ทุก ๆ วินาที ภายในเวลา 90 วินาที และ หลอดเลือดจะลดลง 1 จุด ทุก ๆ 4 วินาที ภายในเวลา 30 วินาที
2. Old Sham Sandwich - แซนวิสเน่า
ใน 1 ช่องสามารถเก็บได้ 64 ชิ้น ให้ความอิ่มถึง 20 (ขนมปังขึ้นราให้เพียง 5 เท่านั้น) แต่มีผลเสียคือทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ หาได้ทั่วไปในทุกพื้นที่
3. Egg - ไข่
สามารถหาได้จากรังนกหรือ กล่องเก็บความเย็น ใน 1 ช่องสามารถเก็บได้ 64 ใบ ถ้ากินดิบ ๆ มันจะไปลดความแข็งแกร่ง, เลือด, ความสดชื่น และอาจเกิดอาการอาหารเป็นพิษ ไข่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม,บลูเบอร์รี่พาย และ เบคอนกับไข่ ความอิ่มได้แค่ 4 แต่ลดอย่างอื่นเยอะ ควรเก็บเอาไว้ทำอาหารมากกว่ากินดิบ
4. Raw Pork - เนื้อหมู
ได้จากหมูที่ตายแล้ว การทานเนื้อหมูดิบจะได้ความอิ่ม แต่จะมีผลต่อสุขภาพ และอาจมีอาการอาหารเป็นพิษ หนักกว่าไข่ดิบเสียอีก หมูดิบมีกลิ่นหอม ถึงจะเก็บไว้ในเป้สะพายหลังก็ยังได้กลิ่น ไกลถึง 20 ช่อง ถ้าเก็บไว้ในกล่องเครื่องมือในตัวผู้เล่นจะสามารถเรียกซอมบี้ได้ไกลถึง 60 ช่อง ทางที่ดีควรหาที่ปลอดภัยเก็บมันเอาไว้จนกว่าจะนำไปทำอาหาร ใน 1 ช่องเก็บได้ 64 ชิ้น
5. Skinned Rabbit - เนื้อกระต่าย
ได้จากกระต่ายที่ตายแล้ว การทานดิบ ๆ จะได้ความอิ่ม แต่จะมีผลต่อสุขภาพและอาจมีอาการอาหารเป็นพิษ สามารถนำไปทำอาหารได้ ใน 1 ช่องเก็บได้ 64 ชิ้น เช่นเดียวกับเนื้อหมู เก็บไว้ในเป้มีกลิ่นดึงดูดซอมบี้ 20 ช่อง ถ้าเก็บในกล่องเครื่องมือ 60 ช่อง ซึ่งใน Alpha 9 มีเพียงเนื้อหมูเท่านั้นที่ส่งกลิ่น ทำให้ผู้เล่นเลือกฆ่ากวางที่ฆ่าได้ง่ายกว่า ส่วนกระต่ายไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะวิ่งเร็ว ฆ่าได้ยาก
6. Venison - เนื้อกวาง
เนื้อกวางดิบ ๆ ที่ได้จากการล่ากวาง และเหมือนกับข้ออื่น ๆ คือ จะได้ความอิ่ม แต่จะมีผลต่อสุขภาพและอาจมีอาการอาหารเป็นพิษ สามารถนำไปทำอาหารได้ เช่นเดียวกับเนื้อหมู เก็บไว้ในเป้มีกลิ่นดึงดูดซอมบี้ 20 ช่อง ถ้าเก็บในกล่องเครื่องมือ 60 ช่อง ซึ่งใน Alpha 9 มีเพียงเนื้อหมูเท่านั้นที่ส่งกลิ่น ทำให้ผู้เล่นเลือกฆ่ากวางที่ฆ่าได้ง่ายกว่า
7. Rotting Flesh - เนื้อเน่าเปื่อย
พบได้จากสุนัขซอมบี้ และซอมบี้อื่น ๆ ที่พึ่งฆ่าตายใหม่ ๆ เรียกว่ามันคือเนื้อซอมบี้!!! มีตั้งแต่ Alpha 10 แต่พบได้ไม่บ่อยนัก พอ Alpha 11 เป็นต้นไปก็พบได้มากขึ้น ไม่นิยมนำมากิน เพราะเสี่ยงอาหารเป็นพิษ แถมยังนำไปประกอบอาหาร หรือปรุงสุขไม่ได้ ต้องกินดิบอย่างเดียว จะได้ความอิ่มแต่ก็มีผลต่อสุขภาพ
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง ยาปฏิชีวนะ
ที่มา 7 Days to Die Wiki
ป้ายกำกับ:
7 Days to Die,
Egg,
Food,
Moldy Bread,
Old Sham Sandwich,
Raw Pork,
Skinned Rabbit,
Venison
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
Crafting 7 Days to Die (TH) คบเพลิง
Crafting 7 Days to Die ฉบับภาษาไทย ไม่แน่ใจว่าจะจัดให้อยู่หมวดภาษาอังกฤษ หรือ เกมดี เป็นคนชอบเล่นเกม แต่อยากเล่นแล้วได้ภาษาด้วย จึงทำบทความนี้ขึ้นมาเพื่อแปลตารางสิ่งประดิษฐ์ในเกมบางส่วน เผื่อใครที่เล่นเกมนี้อยู่สนใจก็จะได้เอาไว้ใช้เป็นข้อมูลในการเล่นเกมได้
เริ่มกันที่สิ่งแรกที่จำเป็นมาก ๆ ในเวลากลางคืน
Torch - คบเพลิง
คบเพลิงมีประโยชน์อยู่ 2 อย่าง คือให้ความสว่างและเป็นอาวุธ สามารถประดิษฐ์ได้จากสิ่งที่หาได้ง่าย ๆ อย่างเศษผ้า หรือหญ้า ที่สำคัญมันจะสว่างไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะทำลายมันทิ้ง หรือเอาน้ำไปดับมัน คบเพลิงสามารถวางได้เกือบทุกพื้นผิว มันจะให้ความสว่างเล็ก ๆ รอบตัวผู้เล่น ถ้าอยากย้ายก็แค่กด E หยิบมันขึ้นมาและเอาไปวางไว้ที่อื่น ในช่วงแรกของเกมควรสร้างเอาไว้เลยสัก 4-5 อันก็ได้ เพราะเรายังไม่มีไฟฉายใช้
ส่วนประโยชน์อย่างที่สอง เป็นอาวุธ ถ้าตีซอมบี้ที่หัวประมาณ 9 ครั้ง ถึงจะตาย และประมาณ 17 ครั้ง หรือมากกว่านั้นถ้าเป็นร่างกายส่วนอื่น ๆ ถ้ามาตัวเดียว เราก็รอด แต่ถ้ามาหลายตัวนี่คงต้องใช้อย่างอื่นฆ่าแล้วละ ที่สำคัญเลยในตอนกลางคืนมืด ๆ เราจะมองไม่เห็นอะไร ถ้ามีซอมบี้แอบเข้ามาลอบโจมตีเงียบ ๆ เราจะเห็นมันและฆ่ามันได้ อย่างเช่นซอมบี้คลานที่มักมาเงียบ ๆ เสมอ
เมื่อใช้เป็นอาวุธตีซอมบี้จะติดไฟ มีโอกาสติดสูงถึง 50% ต่อการตี 1 ครั้ง เมื่อติดแล้วเราก็เดินหนีได้เลย ซอมบี้จะมีไฟลุกท่วมตัวและเดินได้อีกสักพักก็จะตายไปเอง
คบเพลิงสามารถใส่ในช่องเก็บของ 1 ช่อง เต็มที่ได้ 50 อัน โจมตีได้ช้า คบเพลิงไม่สามารถวางไว้เหนือสิ่งที่มีโครงสร้างเป็น 0 เช่นทรายหรือ กรวด และแสงไฟจะไม่ทำให้ซอมบี้ช้าลงเหมือน Alpha ก่อน ๆ อีกแล้ว ถ้าไม่อยากให้ซอมบี้วิ่ง ไปตั้งค่าเอาตอนเริ่มเกม
ในบางครั้งเราวางคบเพลิงไว้แล้ว แต่มันไม่เผาไหม้ แต่มันยังให้ความสว่างอยู่ บางครั้งเราก็มองไม่เห็นแสง เช่นจุดคบเพลิงวางไว้แล้วเดินห่างออกไปก็จะมองไม่เห็นแสงหรือเห็นว่ามันดับ แต่เมื่อเราเดินเข้าไปใกล้ ๆ มันก็จะติดเหมือนเดิม
วิธีประดิษฐ์
มีทั้งหมด 3 สูตร วางตามตัวอย่างในรูป ค่ำ
1. ใช้เศษผ้า ไขสัตว์ และท่อนไม้
เริ่มกันที่สิ่งแรกที่จำเป็นมาก ๆ ในเวลากลางคืน
Torch - คบเพลิง
คบเพลิงมีประโยชน์อยู่ 2 อย่าง คือให้ความสว่างและเป็นอาวุธ สามารถประดิษฐ์ได้จากสิ่งที่หาได้ง่าย ๆ อย่างเศษผ้า หรือหญ้า ที่สำคัญมันจะสว่างไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะทำลายมันทิ้ง หรือเอาน้ำไปดับมัน คบเพลิงสามารถวางได้เกือบทุกพื้นผิว มันจะให้ความสว่างเล็ก ๆ รอบตัวผู้เล่น ถ้าอยากย้ายก็แค่กด E หยิบมันขึ้นมาและเอาไปวางไว้ที่อื่น ในช่วงแรกของเกมควรสร้างเอาไว้เลยสัก 4-5 อันก็ได้ เพราะเรายังไม่มีไฟฉายใช้
ส่วนประโยชน์อย่างที่สอง เป็นอาวุธ ถ้าตีซอมบี้ที่หัวประมาณ 9 ครั้ง ถึงจะตาย และประมาณ 17 ครั้ง หรือมากกว่านั้นถ้าเป็นร่างกายส่วนอื่น ๆ ถ้ามาตัวเดียว เราก็รอด แต่ถ้ามาหลายตัวนี่คงต้องใช้อย่างอื่นฆ่าแล้วละ ที่สำคัญเลยในตอนกลางคืนมืด ๆ เราจะมองไม่เห็นอะไร ถ้ามีซอมบี้แอบเข้ามาลอบโจมตีเงียบ ๆ เราจะเห็นมันและฆ่ามันได้ อย่างเช่นซอมบี้คลานที่มักมาเงียบ ๆ เสมอ
เมื่อใช้เป็นอาวุธตีซอมบี้จะติดไฟ มีโอกาสติดสูงถึง 50% ต่อการตี 1 ครั้ง เมื่อติดแล้วเราก็เดินหนีได้เลย ซอมบี้จะมีไฟลุกท่วมตัวและเดินได้อีกสักพักก็จะตายไปเอง
คบเพลิงสามารถใส่ในช่องเก็บของ 1 ช่อง เต็มที่ได้ 50 อัน โจมตีได้ช้า คบเพลิงไม่สามารถวางไว้เหนือสิ่งที่มีโครงสร้างเป็น 0 เช่นทรายหรือ กรวด และแสงไฟจะไม่ทำให้ซอมบี้ช้าลงเหมือน Alpha ก่อน ๆ อีกแล้ว ถ้าไม่อยากให้ซอมบี้วิ่ง ไปตั้งค่าเอาตอนเริ่มเกม
ในบางครั้งเราวางคบเพลิงไว้แล้ว แต่มันไม่เผาไหม้ แต่มันยังให้ความสว่างอยู่ บางครั้งเราก็มองไม่เห็นแสง เช่นจุดคบเพลิงวางไว้แล้วเดินห่างออกไปก็จะมองไม่เห็นแสงหรือเห็นว่ามันดับ แต่เมื่อเราเดินเข้าไปใกล้ ๆ มันก็จะติดเหมือนเดิม
วิธีประดิษฐ์
มีทั้งหมด 3 สูตร วางตามตัวอย่างในรูป ค่ำ
1. ใช้เศษผ้า ไขสัตว์ และท่อนไม้
2. ใช้เส้นใยพืช ไขสัตว์ และท่อนไม้
3. ท่อนไม้ และถ่านหิน
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง เส้นใยพืช ก้อนถ่านหิน ท่อนไม้ เศษผ้า ไขสัตว์
ที่มา 7 Days to Die Wiki
ป้ายกำกับ:
7 Days to Die,
คบเพลิง,
Coal Torch,
Craft,
Torch
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Review มรกตสนธยา
ชื่อ มรกตสนธยา
ผู้แต่ง ริญจน์ธร
สำนักพิมพ์ อรุณ
จำนวน 415 หน้า
ราคา 295 บาท
เขาอาจไม่ใช่เจ้าชายในฝัน
แต่คืนวันต่อจากนี้จะมีเพียงเธอ
เพริดอต
หรือมรกตยามเย็น อัญมณีสีเขียวที่สั่งสมพลังยามทิวา
และมีอำนาจเต็มเปี่ยมยามรัตติกาล
ชักนำเธอและเขามาพบกัน
ไม่รู้เป็นเพราะพรหมลิขิตหรือดวงตกกันแน่
คณิตา
ดันเผลอทำอัญมณีที่เพิ่งซื้อมาจากร้านกาลเวลาหล่นหาย
เพริดอตรูปหัวใจครึ่งซีกซึ่งพลัดพรากจากอีกครึ่งนำเธอเดินทางสู่โลกใบใหม่
อนาคตแสนห่างไกลจากยุคปัจจุบันกว่าแปดสิบปี
โลกอนาคตที่เมืองไทยสามารถผลิตอวัยวะสำรองของมนุษย์จากสเต็มเซลล์ได้
ที่นั่น
หญิงสาวต่างกาลเวลาได้พบกับ อัทธ์ หนุ่มเพลย์บอยมาดแมนแอนด์แฮนด์ซั่ม
ผู้ครอบครองเพริดอตรูปหัวใจอีกซีกหนึ่ง
เรื่องราวเลวร้ายดูจะไม่ยอมจบลงง่ายดาย
เมื่อทุกย่ำสนธยายามอำนาจเพริดอตเรืองรอง
ดึงเธอและเขาต้องมาผจญชะตากรรมร่วมกัน
ทว่าชายผู้นี้ช่างแตกต่างจากภาพเจ้าชายในฝันเหลือเกิน
เพราะเจ้าคงเล่นตลกกับเธอเป็นแน่แท้
ที่ดันส่งเธอมา
ติดอยู่กับหนุ่มจอมกะล่อนแสนเจ้าเล่ห์อย่างเขา
ที่ร้ายแรงกว่านั้น
เธอและเขาต้องเข้าไปพัวพันกับคดีฑาตกรรมในโลกอนาคตที่อาจถึงแก่ชีวิต!
คณิตาซื้อเพริดอตมาจากร้านกาลเวลา
แต่เผลอทำตกหล่นหายไป เมื่อถึงเวลากลางคืนอีกซีกหนึ่งเรียกหากัน
คณิตาจึงไปยังอนาคต เธอได้อัทธ์ช่วยเหลือไว้
แต่เมื่อยามเช้ามาเยือนคณิตาจึงกลับไปเวลาเดิม
แต่เพริดอตครึ่งซึกที่หายไปอยู่ในตัวของอัทธ์
ทำให้ทุกค่ำคืนหญิงสาวจะต้องมาที่โลกอนาคตเสมอเมื่ออำนาจของเพริดอตเรียกหากัน
คณิตาไปปรึกษามุกดาเพื่อนสนิท
จนรู้ว่าเจ้าของร้านกาลเวลา “มิตร” คือลุงของมุกดา เพื่อหาทางเอาเพริดอตออกจากตัว
ทั้งคณิตาและอัทธ์จึงต้องช่วยกันตามหามิตร
ระหว่างนี้ทั้งสองก็ต้องอยู่ด้วยกันไปก่อน บางคืนอัทธ์จะข้ามมายังช่วงเวลาของคณิตา
อัทธ์เคยเป็นหนุ่มเพลย์บอย แต่เมื่อพบกับคณิตาเขาก็ตัดสินใจที่จะมีเธอเพียงคนเดียวและทำให้หญิงสาวเปิดใจยอมรับเขาให้ได้
ระหว่างการตามหามิตรและร้านกาลเวลา
ทั้งสองก็เข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรม มีคนปองร้ายคณิตาเพราะต้องการอวัยวะของเธอ
ทั้งที่ในโลกอนาคตนี้มีการผลิตอวัยวะสำรองได้ แต่ก็ยังมีการค้าอวัยวะอยู่อีก
เรื่องราวดูมีลับลมคมในชวนน่าค้นหา
ความยากลำบากต่าง ๆ พิสูจน์ให้ทั้งสองเห็นใจกันและกัน
เรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่องที่สนุกและน่าตื่นเต้นไม่แพ้อีกสองเรื่องที่ผ่านมา
หนังสือทั้งสามเล่มในชุด “อัญมณีเหนือกาล”
ถือได้ว่าสนุกมากทั้งสามเล่ม มีความเป็นแฟนตาซีมากขึ้นกว่าในภาคแรก “มนตราอัญมณี”
แนะนำให้อ่านเรื่องโมรารัตติกาลก่อนที่จะอ่านเล่มนี้เพราะคุณจะได้เข้าใจที่มาที่ไปของอัญมณีเพริดอต
แต่ถึงไม่ได้อ่านก็ไม่เป็นไรเพราะในเล่มได้เล่าเรื่องอย่างคร่าว ๆ ไว้แล้ว
ป้ายกำกับ:
มรกตสนธยา,
ริญจน์ธร,
สำนักพิมพ์อรุณ,
อัญมณีเหนือกาล
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Review ม่านทิวาพชร
ชื่อ ม่านทิวาพชร
ผู้แต่ง บุลินทร
สำนักพิมพ์ อรุณ
จำนวน 352 หน้า
ราคา 275 บาท
กำไลเพชรต้องคำสาปชักพาเธอไปพบชายแปลกหน้า
ณ
ดินแดนอันแสนไกล...ยิ่งใกล้ชิดเขาเท่าไหร่
ปริศนาในหัวใจยิ่งเพิ่มขึ้นทุกที
ชลันธรต้องการหาข้อมูลแต่งนิยายจึงไปที่ห้องสมุดและได้อ่านเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกคลุมถุงชน
เธอต้องถูกพรากจากคนรัก แต่หนังสือนั้นหน้าหลังขาดหายไป ชลันธรอยากรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงไปยืมหนังสือมาอ่าน
และได้พบกับ “มิตร” เจ้าของร้านกาลเวลาผู้ทำให้เธอได้เป็นเจ้าของกำไลหงส์ทิวา
ที่มีอยู่ในนิทาน
เพชร อัญมณีอันเปรียบเสมือนความรักที่แข็งแกร่ง งดงาม
และมั่นคงตราบนิรันดร
ชลันธร ไม่เคยคิดเลยว่าประเทศภูทิวาที่อ่านพบในหนังสือจะมีอยู่จริง
จนวันที่กำไลหงส์ทิวาซึ่งได้มาจากร้านกาลเวลาพาเธอลอยคว้างไปยังดินแดนลึกลับอีกมิติ
และมาโผล่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มรูปงามเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่น
ผู้มีคติประจำตัวว่า ไม่นิยมทำร้ายเด็ก สตรี และคนชรา
แรกพบสบตา จิณลี ก็รู้ทันทีว่าเบื้องบนส่งเธอมาให้เขา
ชายหนุ่มจึงไม่อาจปล่อยให้เธอจากไปจ่าย ๆ
เขาเสนอให้หญิงสาวไปพักที่บ้านเป็นการชั่วคราว
ระหว่างหาทางกลับดินแดนที่จากมา และยิ่งได้รู้จักกันมากเท่าไหร่
ความรู้สึกในหัวใจก็ยิ่งชัดเจน
ทว่าโชคชะตาไม่ได้ก่อให้เกิดเพียงความผูกพันลึกซึ้งเท่านั้น
เพราะความฝันปริศนาของชลันธรเกี่ยวกับ ธศิญา
ลูกสาวผู้ว่าการเขตราศิในภูทิวา
ซึ่งหายสาบสูญไป ทำให้ทั้งสองต้องร่วมกันค้นหาความจริง
ท่ามกลางวังวนของความคุมแค้น ริษยา และอันตรายจากใครบางคน
ที่พร้อมเข่นฆ่าเขาและเธอได้ทุกเมื่อ!
ชลันธรฝันถึงเรื่องราวในนิทาน
เหตุการณ์ต่อจากที่ได้อ่านเป็นเรื่องเป็นราวทำให้เธอสนใจมันมากขึ้น
และเมื่อกำไลกระทบกับแสงแดดมันก็พาเธอไปยังดินแดนภูทิวา
จิณลี
พบชลันธรก็ตกหลุมรักทันทีเขาเสนอให้ที่พักระหว่างหญิงสาวหาทางกลับบ้าน
ชลันธรสนใจเรื่องราวของธศิญามาก จิณลีรู้อะไรบางอย่างแต่พยายามปิดบัง
ความจริงธศิญานั้นตายไปแล้ว
วิณญาณของเธอถูกกักขังไว้ ชลันธรคิดจะช่วยปลดปล่อย จิณลีก็คิดเช่นเดียวกัน
แต่มีใครบางคนไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นและพยายามขัดขวางด้วยการฆ่าให้ตายไปเสีย
ชีวิตทั้งสองตกอยู่ในอันตรายกำไลหงส์ทิวาจึงพาทั้งสองกลับมายังมิติของชลันธร
และกลับไปยังภูทิวาอีกครั้งเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ
เรื่องนี้ออกแนวสืบสวน
แต่แฝงความโรแมนติกไว้มาก จิณลีพยายามแก้ไขความผิดพลาดในอดีตของตระกูลเขา
เมื่อเห็นชลันธรครั้งแรกเขาก็มั่นใจว่าฟ้าส่งเธอมาให้เขา เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อรั้งเธอไว้
รักและดูแลกัน
ความซับซ้อนของเรื่องราวที่มีหลายบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตายของธศิญา
และกำไลหงส์ทิวาทำให้ลุ้นตลอดเรื่อง ที่สำคัญคือลุ้นว่าตอนจบชลันธรจะอยู่ภูทิวา
หรือจิณลีจะไปอยู่กับชลันธรกันแน่
เล่มนี้เน้นที่นิยาม
ความรักคือการเสียสละ มากเห็นได้จากที่แต่ละคู่เสียสละและเชื่อใจไว้ใจกัน
นอกจากต้องสืบหาความจริงแล้วก็มีเรื่องประทับใจมากมายให้ได้ติดตาม
ป้ายกำกับ:
บุลินทร,
ม่านทิวาพชร,
สำนักพิมพ์อรุณ,
อัญมณีเหนือกาล
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Review โมรารัตติกาล
ชื่อ โมรารัตติกาล
ผู้แต่ง อสิตา
สำนักพิมพ์ อรุณ
จำนวน 431 หน้า
ราคา 295 บาท
เขาใช้ “เธอ”
เป็นเครื่องมือบงการให้อดีตย้อนคืน
เพื่อหวนกลับไปเป็นผู้ชนะ
แต่หัวใจที่เหี้ยมโหด
กลับยอมศิโรราบคามือบอบบางอย่างไม่รู้ตัว
พบกับซีรี่ส์ อัญมณีเหนือกาล ภาคต่อของ มนตราอัญมณี
กับเล่มแรก โมรารัตติกาล ชามัลต้องการแก้แค้นเขาต้องการย้อนอดีตกลับไปหาคนที่จะช่วยเขาได้
เขาจึงต้องการพลอยโบราณ
ในความมืด...มีอันตราย
ในความมืด...มีมายาแห่งอดีตกาล
แต่ในความมืดที่สุดของที่สุดนั้น
ยังมีรอยรักแฝงเร้นอำพราง
ยังเคยยินเรื่องราวของหินโมราแห่งความมืด
พลอยโบราณล้ำค่าที่อาจนำพาใครบางคนหวนสู่อดีต
มันจึงเป็นสุดยอดปรารถนาของเขา...ผู้ซึ่งมีเพียงความแค้น
ต้องการเปลี่ยนวันแห่งความพ่ายแพ้
ให้กลายเป็นชัยชนะ
ชามัลยังรอคอยวันที่มือคู่นี้จะเอื้อมคว้าไปถึงอัญมณีเม็ดนั้น
...โมราแห่งรัตติกาล จากขุมทรัพย์เร้นลับ
โมราสีเลือดยังคงล่อตาล่อใจ
ทว่ามีเพียงเธอ...สิตารา
เด็กหญิงคนนั้นที่คู่ควรจะครอบครองอำนาจของมัน
ชีวิตชามัลจึงตกเป็นทาสแห่งโมราและจำเป็นต้องมีเธออย่างช่วยไม่ได้
จำต้องเอาใจสารพัด
งัดเสน่ห์ขึ้นมาทำให้สิตาราหลงใหล
ทั้งที่บางเวลานึกอยากผลักไสทอดทิ้งเธอไป
ก็ทำไมคนผู้ทรงอำนาจที่ใคร ๆ ต้องกลัวอย่างเขา
ถึงต้องมายอมลงให้สาวน้อยคนนี้ด้วยล่ะ! แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะห่างกันไปสักกี่หน
เสียงของหัวใจเจ้ากรรมกลับเรียกร้องให้เขากลับมาหาเพียงแต่เธอ
วอนขอให้ดาวน้อยดวงนั้นส่องแสงอีกครั้งในห้วงใจอันมืดมิด
ขอให้เธอส่องแสงเพื่อเขา...เพียงคนเดียว
และอยู่ข้าง ๆ กันที่ตรงนี้
ดุจแสงดาวไม่จางหายจากฟากฟ้าราตรีกาล
เล่มนี้บอกเลยว่าสนุกมากค่ะ
นวนิยายชุดนี้สนุกมากกว่าชุดแรกเสียอีก เรื่องราวดำเนินต่อจากภาคแรก
เนื้อหาเข้มข้นมาก ชามัลเป็นตัวร้ายในเรื่อง มายาไฟในดวงตา กลับมาครั้งนี้เขาก็ยังคงความร้ายกาจได้เสมอต้นเสมอปลาย
เนื้อเรื่องบอกต้นเหตุที่มาเป็นชามัลอย่างทุกวันนี้
เขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร ทำอะไรมาบ้าง แต่แล้วไม่ว่าจะร้ายแค่ไหนก็สยบให้เด็กผู้หญิงเพียงคนเดียว
ผู้ที่มีบทบาทมากอีกคนหนึ่งในนวนิยายชุดนี้คือ “มิตร”
หลานชายของอัคนิ ที่เขาซุกซ้อนไว้ไม่ให้พี่ชายรู้ เขาไปช่วยสิตารา
และมีความผูกพันกับสิตาราอย่างมาก
และบอกถึงเรื่องราวที่มิตรเลือกที่จะกินยาให้ตัวเองหลับไป รอเวลาพบใครคนหนึ่ง
ซึ่งแว่วมาว่าจะมีภาคต่อเป็นนวนิยายชุดที่ 3
อีกคู่ที่น่าสนใจคือลูกชายของอัคนิกับมัชฌิตา
จากเด็กใจร้อน วู่วาม อิจฉาพี่ กลายมาเป็นคนหนุ่มที่ดูเถื่อน ๆ
แถมยังมีภรรยาเถื่อนไม่แพ้กัน
สิตาราตกหลุมรักชามัลตั้งแต่เด็ก
เพราะมีกันเพียงสองคนหลังจากเธอถูกชามัลจับมา
ซึ่งเป็นความตั้งใจของชามัลเองที่จะหว่านเสน่ห์ให้เด็กหญิงรัก
ชามัลย่ามใจว่าอย่างไรสิตาราก็ไปไหนไม่รอด แต่หญิงสาวเมื่อเติบโตขึ้นก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายรออีกต่อไป
งานนี้ชามัลต้องรีบไปทวงของ ของเขาคืน ในที่สุดชามัลก็ยอมรับหัวใจตัวเองจนได้
แต่มันก็สายไปเมื่อสิตาราทิ้งเขาไป
ความจริงใจของชามัลทำให้สิตาราใจอ่อนและยอมให้อภัย
ใครสนใจเรื่องนี้แนะนำให้อ่านภาคแรกก่อน ถึงแม้ว่าแต่ละเล่มจะอ่านแยกกันได้
แต่ถ้าอ่านครบทุกเล่มเรียงลำดับกันไปจะทำให้เข้าใจที่มาที่ไปของตัวละครได้
ป้ายกำกับ:
โมรารัตติกาล,
สำนักพิมพ์อรุณ,
อสิตา,
อัญมณีเหนือกาล
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





















